สวัสดีครับ มาแนะนำตัวและแนะนำบล๊อกคับ
 
บล๊อกนี้คงจะมาแก้เหงา หลังจากออกจากงาน รวมถึงเล่าเรื่องราวการเริ่มชีวิตอีกแบบซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เหมือนกลับไปทำอะไรเก่าๆมากกว่า (ไว้จะเล่าให้ฟัง) , มาแชร์ประสบการณ์ชีวิตให้ได้ฟังกัน จะอยากฟังหรือเปล่าไม่ทราบ หวังว่าใครเสียเวลาอ่าน ก็คงได้ประโยชน์อะไรไปบ้าง
 
 
ผมออกจากงานวงการโทรทัศน์ (งานเบื้องหลังประเภทโปรดิวเซอร์ เขียนสคริปรายการ ตัดต่อรายการ) ที่ทำมาประมาณเกือบ 5 ปี  คงเพราะเหนื่อย เบื่องานจริงๆจังๆ และอยากพักจากงานที่ไม่เป็นเวลาและดูดวิญญาณเราเสียที
 
 
ผมใช้เวลาเกือบปี เถลไถลไปเรื่อยเปื่อย ตามหาว่าตัวเองอยากจะทำอะไรต่อ  ได้ไปเรียนหลายๆอย่าง อ่านหนังสือมากมาย  ดูหนัง ฟังเพลง สุดท้าย...มาลงเอยว่า
 
 
ผมจะเปิดสอนเปียโนที่บ้าน
 
 
 
มันไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับผมนะคับ  แต่เป็นเหมือนเพื่อนเก่ากลับมาแฮงค์เอ้าท์ด้วยกันใหม่ 
 
แล้วเวลาเพื่อนสนิทเก่าๆ กลับมาเที่ยวโอ้เอ้กันใหม่เนี่ย ก็มักจะทำให้มีความสุขแบบที่บอกไม่ถูก   มันเหมือนเวลาเจอของที่หายไปนาน เหมือนเราล้วงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่ไม่ได้ใส่นานแล้ว แล้วเจอว่ามีแบงค์ห้าร้อยอยู่ในนั้น (อยากให้เจอบ่อยๆจัง)
 
ผมเรียนเปียโนมาตั้งแต่อนุบาลสาม และเรียนจนถึงม.6  หลังจากนั้นผมไม่ได้เรียนต่อ เพราะต้องสอบเข้ามหาลัย รวมถึงคณะที่ผมเข้าเรียนต่อก็ไม่ใช่คณะดนตรี  ตอนมัธยมปลาย และ มหาวิทยาลัยปี1 ผมได้สอนเปียโนตามโรงเรียนดนตรีหลายแห่ง  รวมถึงสอนที่บ้านด้วย แต่เมื่อขึ้มหาลัยปี2 ผมต้องไปอยู่หอพักใกล้มหาลัยและเรียนหนักขึ้น เปียโนจึงต้องพักไป
 
 
หลังจากนั้นเปียโนก็ตั้งให้ฝุ่นจับ มอดกินอยู่ตรงนั้นเกิน 7 ปี จะมีก็ดีดก๊อกแก๊ก ไม่ได้เมินตาไปมองมันเลย
 
 
 
ช่วงหนึ่งปีแห่งการเถลไถล  วันหนึ่งผมลองเปิดมันเล่นดูอีกครั้ง  เสียงเพี้ยนสนิท!!! คีย์เปียโนสีเหลืองอ๋อยเพราะไม่ได้เช็ดเลย น่าสงสารมากๆ   ผมเลยโทรตามช่วงจูนและซ่อมเปียโนที่สนิท ให้มารักษาเปียโนด่วนจี๋
 
เพอคุณหมอมาถึงแล้วเปิดเปียโนออกหมดเพื่อตรวจเช็ค คุณหมอเปียโนถึงขั้นผละหงายหลัง รายการที่ต้องช่อมมากมาย ต้องจูนเสียงถึงสองครั้ง (เพราะการจูนครั้งแรกอาจทำให้สายขาดได้ เนื่องจากเป็นสายที่อายุมากแล้วต้องเว้นไปประมาณ 2 เดือน) ต้องเปลี่ยนแผ่นสักหลาด คีย์บางตัวก็ไม่เสมอ สายบางเส้นอาจต้องเปลี่ยนภายในอีกไม่เกิน 4 เดือน และอื่นๆอีกมากมาย ต้องพบหมออีกหลายครั้งเลยทีเดียว เพราะไม่สามารถทำในครั้งเดียวได้
 
 
คำสั่งกำชับจากคุณหมอเปียโนคือ ให้เล่นทุกวัน...วันละนิดหน่อยก็ยังดี แต่ขอให้เล่นทุกวัน เพื่อให้มอด ไร และ ฝุ่นกระเจิดกระเจิงนั้นเอง ป้องกันการเสียหายไปมากกว่านี้
 
 
เจ้าของทำตามเป็นอย่างดี  เนื่องจากชีวิตไม่ได้มีอะไรทำมากมายอยู่แล้ว
 
 
.........เมื่อกลับมาเล่นทุกวันๆ ความรู้สึกดีๆเวลาเล่นก็กลับมา  ผมขุดโน๊ตทุกเล่มที่มีอยู่ออกมาเล่นจนหมด  รวมถึงหนังสือเรียนเล่มแรกเมื่อตอนอนุบาล3 ด้วย (ไม่มีขายแล้วด้วยนาา ผมแอบไปเช็คดู)
 
 
หนังสือเล่มนั้นเองที่จุดประกายให้อยากกลับมาสอนเปียโนอีกครั้งคับ
 
 
 
 
คราวหน้า ผมจะมาเล่าให้ฟัง ว่าผมรู้จักกับเปียโนตัวนี้ครั้งแรก ย้อนไปเกิน 20 ปี (แก่มากๆเลย) ได้ยังไงคับ
 
 
 

edit @ 2 Feb 2011 12:52:28 by middle-C